
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังจากการประชุมเรื่องมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างถนนและเส้นทางคมนาคม โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการและกำชับให้กระทรวงคมนาคมและทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องภายใต้การกับกำดูแล หารือเพื่อเร่งมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดในการดำเนินการก่อสร้าง ทุกโครงการ พร้อมกับเร่งจัดทำมาตรการการลงโทษที่รุนแรงต่อผู้รับเหมาที่กระทำความผิด หากพบผิดจริงต้องพิจารณาไม่ให้ประมูลงานหรือยื่นรับงานอีกต่อไป
ทั้งนี้ มาตรการที่เริ่มใช้ได้ทันทีระหว่างรอมาตรการสมุดพกผู้รับเหมาบังคับใช้นั้น คือพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หมวด 12 มาตรา 109 นำไปสู่ลักษณะเป็นการทิ้งงาน แต่อย่างไรก็ตามยังต้องดุลยพินิจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการตัดสินซึ่งต่างจากมาตรการสมุดพก หากเริ่มบังคับใช้ จะมีเงื่อนไขที่ชัดเจนในการตัดสินการลงโทษผู้กระทำความผิดทันที
นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมที่จะดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ได้เร่งทำมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” ให้แล้วเสร็จพร้อมบังคับใช้ได้ทันทีภายในเดือนเมษายน 2568 จากเดิมที่คาดแล้วเสร็จช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งมั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวจะใช้ได้ผลอย่างแน่นอน เนื่องด้วยหากมีผู้รับเหมากระทำผิด และโดนหักคะแนน จะไม่รับงานได้อีก ซึ่งมีผลต่อผลประกอบการบริษัทรายนั้น และส่งผลเชิงลบต่อการรับงานที่อื่น ๆ อีกด้วย
สำหรับ สาเหตุของคานสะพานก่อสร้างทรุดตัวบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษดาวคะนองของโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก สัญญาที่ 3 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบ คาดใช้เวลา 1 เดือน ถึงได้เห็นความขัดเจนของสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งบริษัทผู้รับเหมาและบริษัทที่ปรึกษา หากผลสอบพบกระทำผิดจริง จะดำเนินคดีอาญาทันที