
เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย นายนพดล อินนา นายชิบ จิตนิยม นายชัยณรงค์ พรรุ่งโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา นายปณิธิ พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และตัวแทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของอาคารรัฐสภาฝั่งวุฒิสภาอย่างละเอียด ภายหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) เพื่อประเมินความปลอดภัยและเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมวุฒิสภาที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 31 มี.ค.นี้

ทั้งนี้ การตรวจสอบครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน B1 และ B2 ซึ่งเป็นชั้นจอดรถ ไปจนถึงห้องประชุมจันทรา บนชั้น 2 ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมหลักของวุฒิสภา รวมถึงห้องทำงานต่างๆ ของสมาชิกวุฒิสภาและผู้บริหาร

นายมงคล เปิดเผยภายหลังตรวจสอลว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของอาคารอย่างเร่งด่วน ผลการตรวจสอบโครงสร้างอาคารฝั่งวุฒิสภาโดยละเอียด ไม่พบรอยร้าวหรือความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร สามารถใช้งานได้ตามปกติและมีความปลอดภัยสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาและบุคลากร
นอกจากการประเมินความเสียหายแล้ว ยังได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการวางแผนอพยพบุคลากรไปยังพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากในกรณีที่มีการประชุมทั้งสองสภา จะมีบุคลากรอยู่ในรัฐสภารวมกันเป็นจำนวนมากถึงเกือบ 5,000 คน จึงจำเป็นต้องมีแผนอพยพที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

“ความปลอดภัยของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบุคลากรทุกคนที่ปฏิบัติงานในรัฐสภาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มาพัฒนาแผนรับมือภัยพิบัติให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น” ประธานวุฒิสภา กล่าว
ด้าน นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ก่อตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ยืนยันเพิ่มเติมภายหลังการตรวจสอบว่า จากการพิจารณาโครงสร้างอาคารอย่างละเอียด ไม่พบรอยร้าวที่อาจนำไปสู่ความเสียหายของโครงสร้างแต่อย่างใด รวมถึงส่วนของคานและสะพานเชื่อมระหว่างอาคารต่างๆ ก็อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย พร้อมยืนยันความมั่นใจในการใช้งานอาคารสำหรับการประชุมวุฒิสภาในสัปดาห์หน้า

ขณะที่ นายปณิธิ กล่าวว่า พบรอยร้าวเล็กน้อยบริเวณเสาทางลงที่จอดรถชั้น B2 ฝั่งวุฒิสภา ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะประสานงานกับฝ่ายอาคารสถานที่และบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการประเมิน และซ่อมแซมต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะดำเนินการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ โดยมี เลขาธิการวุฒิสภาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อรับผิดชอบในกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ และเบื้องต้นได้กำหนดให้มีการซักซ้อมแผนอพยพกรณีเกิดภัยพิบัติให้แก่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยในวันพรุ่งนี้ (30 มี.ค.) พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันเหตุฉุกเฉินอย่างครบถ้วน เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างทันท่วงที
