
เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่กระทรวงยุติธรรม ถ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจสอบบริษัทก่อสร้างอาคารสำนักงานสตง.ถล่มขณะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม นั้นว่า เมื่อเกิดเหตุมีการช่วยเหลือชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องสูงสุด แต่เราก็มีเอกภาพในการช่วยเหลือ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่อาคารตึก 30 ชั้นได้ถล่มลงมาเป็นแพนเค้กเกิดขึ้นแห่งเดียวในประเทศไทย ในขณะที่ตึกอื่นไม่ถล่ม ดังนั้น เราก็ต้องหาสาเหตุโดยแนวทางตามกฎหมาย
รมว.ยุติธรรม เผยอีกว่า ทราบว่าเมื่อวานนี้ (1เม.ย.)กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้รับเรื่องไว้ เป็นคดีพิเศษแล้ว เบื้องต้นสอบสวนเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือที่เรียกว่า นอมินี ซึ่งโดยหลักกฎหมายดังกล่าวมีเจตนาในเรื่องเศรษฐกิจที่เราจะเชิญชวนคนต่างชาติเข้ามาทำงานแต่ขอให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นให้คนไทยได้51% ต่างชาติเอาไป 49% แต่การจะเอาผลประโยชน์ไปทั้งหมดโดยใช้นอมินีนั้น ถือว่าเป็นความผิด
“ทั้งนี้สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านขึ้นไป เท่าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าไปตรวจสอบพบว่า มีมูลน่าเชื่อถือ จึงได้รับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว โดยตั้งเป็นเลขคดีพิเศษแล้ว ซึ่งเป็นความผิดท้ายพ.ร.บ.คดีพิเศษ ที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจในการพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ”รมว.ยุติธรรม กล่าว
ส่วนความผิดอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องก็จะต้องถูกสอบไปด้วย เช่นพ.ร.บ.การฮั้วข้อมูล รวมทั้งเรื่องสินค้าไม่ได้มาตรฐานซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะถ้าหากการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานก็จะทำให้เกิดตึกถล่มเช่นครั้งนี้เป็นต้น
สำหรับปัญหาเรื่องนอมินี หรือนักธุรกิจมาเอาเปรียบ ก็ควรจะมีการตรวจสอบทั้งประเทศด้วยโดยแนวทางเมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วก็จะตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวจอยเวนเจอร์ร่วมกับใครบ้างได้งานที่ไหนบ้างโดยจะตรวจสอบทั้งหมดสุดสาย
ขณะนี้ชัดเจนว่าบริษัทดังกล่าวใช้คนไทยเป็นนอมินีใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่ากรณีนี้ต้องไปสอบถามจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพียงแต่ได้รับรายงานว่ามีหลักฐานมากพอสมควร โดยบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียนเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เพียงบริษัทเดียว มีจำนวนกว่า 10 บริษัทที่ใช้กรรมการที่เป็นคนไทยชุดเดียวกัน ใช้สถานที่จดบริษัทเดียวกัน ซึ่งก็เห็นใจหน่วยงานที่สอบ เช่นกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จะไม่มีเครื่องมือ แต่ถ้าดีเอสไอจะสอบสัญญาที่มีบริษัทเก็บไว้เองกับที่สรรพากร และหน่วยงานต่างไป ซึ่งเราก็จะเรียกหน่วยงานเหล่านี้มา
“สิ่งสำคัญ คือความเสียใจมีผู้ได้รับโศกนาฏกรรมสูญเสียเป็นจำนวนมาก ซึ่งDSI ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จึงต้องมีการสอบสวนและทำบนหลักนิติธรรมกฎหมาย แม้จะมีการบอกว่าบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทใหญ่อันดับต้นๆของโลก ดังนั้นจึงต้องมีการทำอย่างตรงไปตรงมาและรอบคอบ ทั้งนี้จะต้องดูไปถึงบริษัทที่ควบคุมงานหรือไม่ที่ปล่อยให้เกิดเหตุครั้งนี้ขึ้น บริษัทที่เขียนแบบการก่อสร้าง”รมว.ยุติธรรม ระบุ
เมื่อถามว่ามีข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวได้งานก่อสร้างตึกของภาครัฐกว่า 10 แห่งนอกเหนือจากตึกสตง.แห่งใหม่นั้น พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า DSIมีข้อมูลมากอยู่แล้ว เมื่อสอบสวนก็จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและประวัติต่างๆทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท พฤติกรรม นิสัยของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นไปตามหลักการสอบสวนโดยปกติทั่วไป
ส่วนการสอบสวนจะขยายไปยังบริษัทที่ร่วมประมูลงานที่อาจจะมีการสมยอมในการแข่งขันราคาหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เป็นความผิดท้าย พ.ร.บ.คดีพิเศษซึ่งจะมีเกณฑ์ปกติทางวิชาการว่าถ้าบริษัทมีการสมยอมกันกลับไม่สมยอมจะมีราคาแตกต่างกันอย่างไร บางครั้งราคาต่างกันมากก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้กระทำความผิด แต่อาจจะไปใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งมีทั้งสมยอมหรือฮั้ว จะต้องไปตรวจเนื้องานว่าได้มาตรฐานหรือไม่ด้วย อีกทั้งจะมีการตรวจสอบรวมไปถึงเรื่องวิศวกรที่มีข้อมูลว่าใช้วีซ่าของนักท่องเที่ยวเข้ามาทำงานด้วย
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ว่าบริษัทดังกล่าว เป็นวิสาหกิจของจีน พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่หนักใจ เพราะความยุติธรรมไม่ได้ดูคนใหญ่คนโตคนหนึ่งคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากันต้องได้รับความคุ้มครอง